


เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางเหนือของจีน และเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง ความสามัคคี และภูมิปัญญาของชาวจีนในยุคโบราณ
การก่อสร้างเริ่มต้นตั้งแต่สมัย ราชวงศ์ฉิน (Qin Dynasty) เมื่อราวกว่า 2,200 ปีก่อน โดยจักรพรรดิ ฉินซีฮ่องเต้ ทรงมีพระบัญชาให้เชื่อมต่อแนวป้อมปราการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน กลายเป็นแนวกำแพงขนาดมหึมาที่ทอดยาวไปทั่วภาคเหนือของประเทศ ต่อมาถูกปรับปรุงและต่อเติมเรื่อยมาในสมัย ราชวงศ์ฮั่น หมิง และชิง
กำแพงเมืองจีนมีความยาวทั้งหมดกว่า 21,000 กิโลเมตร ครอบคลุม 9 มณฑลของจีน ปัจจุบันส่วนที่ได้รับการอนุรักษ์และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมมากที่สุดคือ ด่านปาต้าหลิ่ง (Badaling) และ มู่เถียนยวี่ (Mutianyu) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
สถาปัตยกรรมของกำแพงสร้างขึ้นจากหิน อิฐ และดินอัดแน่น มีป้อมคอยสังเกตการณ์และหอคอยอยู่เป็นระยะ เพื่อใช้ติดต่อสื่อสารและสัญญาณไฟเตือนภัยในสมัยสงคราม นอกจากจะมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังถือเป็นผลงานทางวิศวกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคนจีนในยุคนั้น
วิวจากยอดกำแพงเมืองจีนงดงามตระการตา โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงที่ภูเขารอบข้างเปลี่ยนเป็นสีทองและแดงทั่วทั้งหุบเขา หรือในฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน เป็นภาพที่สะกดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ในปี ค.ศ. 1987 กำแพงเมืองจีนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) และในปี 2007 ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งใน “7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่”
การได้มาเยือนกำแพงเมืองจีนจึงไม่ใช่เพียงการเดินบนสถาปัตยกรรมโบราณ แต่คือการสัมผัส “จิตวิญญาณแห่งความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมจีน” ที่สืบทอดมากว่าพันปี และยังคงยืนหยัดท้าทายกาลเวลาอย่างสง่างาม